เดือนมกราคม
   เดือนกุมภาพันธ์
   เดือนมีนาคม
   เดือนเมษายน
   เดือนพฤษภาคม
   เดือนมิถุนายน
   เดือนกรกฎาคม
   เดือนสิงหาคม
   เดือนกันยายน
   เดือนตุลาคม
   เดือนพฤศจิกายน
   เดือนธันวาคม

27/08 จ.เชียงราย ประกาศเตือนชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันในระยะนี้ 27/08 ชาวอเมริกันเรียกร้องระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว 27/08 ไอซ์แลนด์ เตรียมพร้อมกับการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ข่าวสั้นทันภัย

16 พย.จุฬาฯ เผย กทม.แผ่นดินทรุดจ่อจมน้ำ

นักวิชาการจุฬาฯ ชี้ กทม.แผ่นดินทรุด จ่อจมบาดาล ผลพวงหลังสึนามิถล่ม ระดมงานวิจัยชงรัฐบาล จวก ศชอ.เป็นแค่ศูนย์บัญชาการแจกถุงยังชีพ 

นายเฉลิมชนม์ สถิระพจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลการสำรวจตรวจวัดและติดตามการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกทางดิ่ง โดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมจีพีเอส พบว่า ในช่วง 5 ปีหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวสุมาตรา-อันดามัน ส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยมีการลดระดับของแผ่นเปลือกโลกในอัตรา 11 มิลลิเมตรต่อปี ขณะที่เทคโนโลยีดาวเทียมวัดระดับน้ำทะเลบ่งชี้ว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยเพิ่มขึ้นอีก 5 มิลลิเมตรต่อปี ที่สำคัญดาวเทียมเรดาร์ที่ใช้ตรวจวัดการทรุดตัวของชั้นดินทรายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย พบว่า มีการทรุดตัวลงถึง 15 มิลมิเมตรต่อปี และคาดว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปถึง 10 ปี

"จากผลการศึกษาทางวิชาการทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวมามีความสอดคล้องกันในทิศทางที่จะส่งผลทางลบต่อประเทศไทย ซึ่งสามารถกล่าวสั้นๆ ได้ว่า กทม.กำลังจมลงเรื่อยๆ และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล" นายเฉลิมชนม์ กล่าว

ด้าน นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาตามหลักวิชาการเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าในอนาคตจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ จึงไม่อยากให้ประชาชนเกิดความตื่นกลัว ซึ่งทางจุฬาฯ จะติดตามศึกษาเรื่องนี้ในเชิงลึกต่อไป

ขณะที่นายพงศ์ศักดิ์ วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม กล่าวว่า ทางจุฬาฯ ได้เรียกประชุมคณาจารย์และนักวิจัยที่มีประสบการณ์ในการศึกษาปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติ เพื่อรวบรวมข้อมูลและระดมสมองเพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับน้ำท่วมในประเทศไทย โดยจะจัดทำรายงานน้ำท่วม (flood report) เพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาลให้นำไปเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการประกาศวิสัยทัศน์ว่า จุฬาฯ จะเป็นเสาหลักของแผ่นดินในการระดมองค์ความรู้จากนักวิชาการที่เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ พร้อมกับจัดสัมมนาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งพัฒนาหลักสูตรหรือวิชาการจัดการพิบัติภัย พัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความรู้ และพร้อมจะปฏิบัติงานหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้นอีก

นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ทางจุฬาฯ จะดำเนินการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง 6 ด้าน คือ 1.งานวิจัยข้อมูลเพื่อการพยากรณ์ (Flood prediction) สำหรับการเตรียมรับและป้องกันน้ำท่วม 2.งานวิจัยจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม (Flood risk map) 3.การจัดทำแผนจัดการพิบัติภัย (Flood mitigation plan) หากเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน 4.งานวิจัยและประดิษฐ์เครื่องมืออุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (Flood relieftool and kit) 5.งานวิจัยด้านการจัดองค์กรบริหารจัดการน้ำระดับชาติ (Water resource management organization) เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ และ 6.กลุ่มงานวิจัยเชิงพื้นที่ ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ลุ่มน้ำ

ด้านนายสมบัติ อยู่เมือง อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะสิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐไม่เคยมีเจ้าภาพหลักจัดการด้านนี้มาก่อน ซึ่งจากนี้ไปจะต้องมีการปรับโครงสร้างของศูนย์บัญชาการให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ ไม่ใช่เป็นแค่ศูนย์บัญชาการแจกถุงยังชีพ  


  


http://www.car4ur.comkanesornakeanant.com


View My Stats